Category: ออกกำลังกาย

ตัองระวังถ้าผู้สูงอายุมีอาการเหล่านี้ขณะที่ออกกำลังกาย

ตัองระวังถ้าผู้สูงอายุมีอาการเหล่านี้ขณะที่ออกกำลังกาย

ในการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี สามารถที่จะทำได้ทุกเพศ ทุกวัย บางคนอาจจะมองว่าผู้สูงอายุไม่ควรที่จะออกกำลังกาย หรือว่าใช้ร่างกายหนักๆ หรือเปล่า ? ขอบอกเลยว่า ไม่จริง เพียงแต่จะต้องเลือกกิจกรรมหรือว่ากีฬาที่มีความเหมาะสมกับช่วงอายุของเขาเท่านั้นเอง ผู้สูงอายุควรที่จะเคลื่อนไหว ออกแรง หรือว่าออกกำลังกายในระดับกลาง ที่ทำให้หายใจเร็วขึ้น แต่ว่าไม่จำเป็นที่จะถึงขั้นหอบ โดยให้สะสมให้ได้อย่างน้อยวันละ 30 นาทีเป็นอย่างต่ำ โดยให้ทำสัปดาห์ละ 5 วัน อาจจะเป็นการออกกำลังกายแบบรอบเดียวรวด 30 นาที หรือว่าแบ่งเป็นช่วง ช่วงละ 10-15 นาที ซึ่งถ้าเป็นการออกกำลังกายเบา เช่น… Read more »

เดินออกกำลังกายยังไงถึงจะถูกต้อง ?

สำหรับการเดินออกกำลังกาย เป็นอีกหนึ่งกิจกรรม ที่ไม่ว่าใคร ก็สามารถที่จะทำได้ แม้ว่าจะทำการเผาผลาญไขมันได้ไม่เท่ากับการออกกำลังกายแบบอื่น แต่ถ้าหากว่าเรารู้จักการออกกำลังกายด้วยการเดินอย่างถูกวิธีแล้ว ก็ย่อมจะทำให้ร่างกายสามารถแข็งแรงได้มากขึ้นเช่นกัน 5 วิธีในการเดินออกกำลังกายให้ได้ผลดีขึ้น 1.ในขณะที่ตาเรามองตรงไปข้างหน้า ศีรษะและลำตัวตั้งตรง ไหล่สองข้างอยู่ในระดับตรงกัน 2.แกว่งแขนซ้ายขวา สลับหน้าหลัง ให้มีแนวขนานกับลำตัว มือทั้งสองข้างให้กำหลวมๆ โดยให้มือแกว่งสูงระดับอก ในลักษณะที่ผ่อนคลาย งอศอกเพียงเล็กน้อย ให้ทำมุมราวๆ 90 องศาระหว่างแขนท่อนบนและล่าง 3.ในจังหวะความเร็วในการก้าวเท้า ต้องมีความสม่ำเสมอตลอดระยะทางที่เดิน ไม่เดินทอดน่องหรือเดินสบายจนเกินไป 4.เวลาเดิน ให้ส้นเท้าสัมผัสกับพื้น รับน้ำหนักตัวก่อนปลายเท้าและก้าวเท้าออกไปประมาณครึ่งก้าว ให้ส้นเท้าได้แตะพื้น แล้วให้ทำการถ่ายน้ำหนักตัวไปที่ฝ่าเท้า… Read more »

5 ความเชื่อ ก่อนและหลัง การออกกำลังกายจะต้องทำแบบนี้ จริงหรือไม่ ?

ในยุคที่หันไปทางไหนก็มีแต่คนที่รักสุขภาพแบบนี้ หลายคนก็มักที่จะหาข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการควบคุม และเลือกที่จะรับประทานอาหาร รวมไปถึงการ ออกกำลังกาย เรามาดูกันว่าข้อมูลที่มีอยู่ในอินเตอร์เน็ตเนี่ย จริงหรือมั่วกันแน่ ? ความเชื่อในเรื่องของการออกกำลังกาย 1 ห้ามดื่มน้ำก่อนที่จะทำการออกกำลังกาย เพราะจะทำให้จุก การที่เราดื่มน้ำมากๆก่อนที่จะออกกำลังกายทันทีอาจจะทำให้เกิดอาการจุกแน่นได้ เนื่องจากน้ำยังไม่สามารถที่จะเดินทางไปถึงทางเดินอาหารส่วนล่างได้ แต่อย่างไรก็ตามเราควรดื่มน้ำประมาน 200 – 300 cc. ก่อนที่จะทำการออกกำลังกายประมาณ 30 นาทีเป็นอย่างน้อย และในระหว่างออกกำลังกายควรจิบน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อตัวเองได้ 2 การออกกำลังกายในระหว่างท้องว่าง จะช่วยเผาผลาญไขมันได้เพิ่มขึ้น การออกกำลังกายในขณะที่ท้องว่างนั้นจะทำให้ประสิทธิภาพในการออกกำลังกายลดลง… Read more »

การออกกำลังกายจนเหงื่อออกเยอะ จะสามารถเบิร์นไขมันได้จริงหรือไม่ ?

เวลาที่ตั้งใจที่จะลดน้ำหนักมาก ๆ จะสามารถทำให้เราโฟกัสอยู่กับเพียงแค่ตัวเลขที่อยู่บนหน้าปัดของตราชั่งเท่านั้น จนทำให้เรามีความเชื่อที่ว่า ยิ่งออกกำลังกายให้เหงื่อออกมากๆ จะสามารถทำให้เบิร์นไขมันออกไปได้มาก เราลองมาพิสูจน์กันว่าความเชื่อที่ว่านี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่? เวลาที่ออกกำลังกายแล้วเกิดมีเหงื่อออก ก็เป็นเพราะว่าร่างกายได้มีการเผาผลาญพลังงาน จึงทำให้เกิดความร้อน และเพื่อที่จะไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะร้อนจนเกินไปหรือ(Hyperthermia) ซึ่งจะมีอาการที่เกิดขึ้นบ่อยคือภาวะของโรคลมแดด ทำให้ร่างกายต้องมีระบบที่เอาไว้สำหรับระบายความร้อนที่ดี จึงสร้างเหงื่อขึ้นเพื่อทำการระบายความร้อนและปรับสมดุลของร่างกาย และยังช่วยป้องกันให้ระบบภายในร่างกายไม่ล้มเหลว หลายๆคนมีความเชื่อว่าการออกกำลังกายให้ร่างกายเหงื่อออกมาก จะยิ่งทำให้ร่างกายทำการเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น จึงมักจะชั่งน้ำหนักก่อนและหลังการออกกำลังกายเพื่อที่จะดูความเปลี่ยนแปลง ความเป็นจริงแล้วตัวเลขที่หายไปบนตาชั่งก็คือปริมาณของเหงื่อที่ร่างกายขับออกไปนั่นเอง ซึ่งถ้าหากเหงื่อออก 1 ลิตร น้ำหนักจะสามารถลดไปได้ถึง 1 กิโลกรัม การออกกำลังกายกับการเผาผลาญไขมันในร่างกาย เมื่อทำการเริ่มต้นออกกำลังกายในระดับที่ไม่หนักมาก ร่างกายของเราจะเริ่มทำการเผาผลาญไขมัน เพื่อที่จะนำมาใช้เป็นพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นช่วงที่ยังไม่เกิดความร้อนสะสมในร่างกายมากนัก… Read more »

8 วิธีการออกกำลังกาย ที่จะสามารถทำให้ออกกำลังกายเป็นประจำได้

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากที่จะทำให้ร่างกายมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังสามารถช่วยในเรื่องของการเผาผลาญ ระบบทางเดินหายใจ และการนำออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ต่างๆ ของร่างกาย โดยยิ่งร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น ก็จะยิ่งทำให้ต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระได้มากยิ่งขึ้น การออกกำลังกายยังส่งผลต่อการชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ผิวพรรณมีความสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน แต่สิ่งที่มีความยากพอๆกับการเริ่มต้นออกกำลังกาย นั่นก็คือ จะทำยังไงให้สามารถออกกำลังกายเป็นประจำได้แบบที่ไม่ฝืนร่างกายมากเกินไป วันนี้เราก็ได้นำเทคนิคในการออกกำลังกายมาฝากกันครับ 8 เทคนิคที่จะทำให้สามารถออกกำลังกายเป็นประจำได้ 1.ต้องคิดว่าการออกกำลังกายเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันเหมือนกับการทานอาหารหรือนอนหลับ 2.ให้เลือกการออกกำลังกายที่ชอบที่สุดและสามารถทำได้ง่ายที่สุด 3.อาจจะต้องหากลุ่มเพื่อนที่รักในการออกกำลังกาย จะช่วยให้ออกกำลังกายกันอย่างต่อเนื่อง 4.ในระยะแรกไม่ควรที่จะหยุด จะสามารถทำให้คุณออกกำลังกายสม่ำเสมอจนเป็นชีวิตประจำวัน 5.ทำการจดบันทึกทุกครั้งที่ออกกำลังกาย 6.ตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกายของตัวเองทุกเดือน 7.ควรให้รางวัลตัวเองเมื่อทำเป้าหมายได้สำเร็จ 8.การออกกำลังกายเพียงแค่เล็กน้อยนั้นดีกว่าการไม่ออกกำลังกายเลย แต่ถ้าหากว่ามีอาการเจ็บป่วยให้ทำการพักการออกกำลังกายไว้ชั่วคราวจนกว่าอาการป่วยที่เป็นดีขึ้น  

3 อาการบาดเจ็บ ที่อาจจะเกิดขึ้นเวลาที่ออกกำลังกาย

3 อาการบาดเจ็บ ที่อาจจะเกิดขึ้นเวลาที่ออกกำลังกาย

ในยุคที่การออกกำลังกายเป็นที่นิยม ในช่วงวันศุกร์หรือตอนเย็นของวันธรรมดา เราก็มักจะเห็นคนออกมาวิ่งออกกำลังกายตามสวนสาธารณะ หรือว่าชวนกันไปเข้าฟิตเนส นอกจากที่จะสามารถทำให้สุขภาพดีขึ้นแล้วยังได้หุ่นสวยๆมาอีกเหมือนกับเป็นกำไรอีกด้วย แต่ว่าเราเองก็อาจจะต้องรู้จักวิธีในการปฐมพยาบาล เพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น เมื่อตนหรือว่าเพื่อนเกิดอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรือว่าออกกำลังกาย อาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง ? ผู้ที่เป็นนักกีฬาหรือว่าผู้ทีสนใจในการออกกำลังกายหนักมักจะรู้ดีกันอยู่แล้ว อย่างน้อยก็อาจจะเคยมีประสบกับตนเองมาแล้วบ้าง ถ้าหากว่าปฎิบัติตัวไม่ถูก เช่น บีบนวดในทันที หรือว่าทำการประคบน้ำร้อน ก็จะยิ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้อาการบาดเจ็บเป็นมากยิ่งขึ้นหรือว่าทำให้กายช้าไปอีก อาการบาดเจ็บดังกล่าว ได้แก่ 1. ช้ำเลือดหรืออาการห้อเลือด 2.เอ็นข้อเท้ายืดหรือมีการฉีกขาดบางส่วน ที่เราเรียกกันว่า ข้อเท้าเคล็ดหรือซ้น 3.กล้ามเนื้อล้าหรือว่าเอ็นกล้ามเนื้อมีอาการอักเสบ ปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง ? 1.แรงกระแทกที่ได้รับโดยตรง เช่น การหกล้มเข่ากระแทกพื้น… Read more »

6 ข้อแนะนำ สำหรับคนที่หัดวิ่งครั้งแรก ทำอย่างไรจึงจะไม่ปวดเมื่อยหลังวิ่งเสร็จ ?

6 ข้อแนะนำ สำหรับคนที่หัดวิ่งครั้งแรก ทำอย่างไรจึงจะไม่ปวดเมื่อยหลังวิ่งเสร็จ ?

การวิ่ง ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด แถมยังเป็นตัวเลือกที่เป็นอันดับต้นๆ ของคนที่เพิ่งจะหันมาดูแลสุขภาพ แต่ว่าอีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้คนเลิกวิ่งไปเลย ก็คือการที่เกิดอาการเจ็บปวดหลังจากวิ่งเสร็จนี่แหละ โดยจะเกิดขึ้นที่บริเวณน่อง กล้ามเนื้อต้นขา เจ็บเข่า เจ็บข้อเท้าและเอ็นร้อยหวาย บางคนอาจจะมีอาการปวดหลังเสริมมา บางคนปวดกล้ามเนื้อเป็นอาทิตย์ เลยทำให้คิดว่าการวิ่งอาจจะไม่เหมาะกับตนเอง ฝืนมากเกินไป วันนี้เราเลยมีข้อแนะนำดีๆในการวิ่งครั้งแรก มาฝาก บางทึคุณอาจจะมีส่วนที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับการวิ่งอยู่ก็เป็นได้ เกิดการหักโหมมากเกินไปตั้งแต่การวิ่งครั้งแรก การเริ่มหักโหมในครั้งแรกที่วิ่ง แม้ว่าตัวเองจะรู้สึกว่าจะเริ่มวิ่งอย่างช้าๆ และไม่วิ่งนานเกินไป แต่ความรู้สึกที่ว่าวิ่งช้าและไม่นานมาก บางคนเอาไปเปรียบเทียบกับคนที่วิ่งมานานแล้วหรือคนที่วิ่งออกกำลังกายมาเป็นปีๆ สำหรับมือใหม่ควรที่จะเริ่มจากการเดินก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นเดินสลับวิ่ง กว่าจะวิ่งได้จริงๆอาจจะต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์หรือเป็นเดือน อย่าฝืนร่างกายเมื่อรู้สึกว่าตัวเองปวด ไม่ทำการ Warm up ร่างกายก่อน… Read more »

รู้หรือไม่ว่าจะต้องออกกำลังกาย 10 นาทีขึ้นไปเพื่อที่จะเผาผลาญไขมัน

รู้หรือไม่ว่าจะต้องออกกำลังกาย 10 นาทีขึ้นไปเพื่อที่จะเผาผลาญไขมัน

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเวลาที่เหมาสมสำหรับการออกกำลังกายอย่างน้อยที่สุดจะต้องเป็น 150 นาที ต่อ/อาทิตย์ หรืออย่างต่ำต้องไม่ต่ำกว่า 30 นาที ต่อวัน แล้วจะต้องออกกำลังกายกี่นาที ร่างกายถึงจะเริ่มเผาผลาญไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด วันนี้เราได้นำมาบอกเล่าแล้วครับ ไขมันได้ถูกสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆที่อยู่ในร่างกาย ร่างกายของมนุษย์จะเก็บสะสมพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน ที่ได้รับจากอาหารที่เราได้รับประทานเข้าไป โดยคาร์โบไฮเดรตจะถูกเก็บสะสมเป็นไกลโคเจน ซึ่งสะสมอยู่ในตับและกล้ามเนื้อ โปรตีนจะถูกเก็บไว้ในรูปแบบของกล้ามเนื้อ ซึ่งร่างกายจะทำการย่อยโปรตีนเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานถ้าหากอยู่ในสภาวะที่ร่างกายขาดแคลนพลังงานได้ ส่วนเจ้าไขมันที่เราวางแผนที่อยากกำจัดมันออกไปให้พ้น คนเราจะเก็บสะสมเอาไว้ใต้ผิวหนังและรอบๆอวัยวะภายในของร่างกาย ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่จะมีไขมันในร่างกายที่ประมาณ 15-25% ของน้ำหนักตัว (แต่ในนักกีฬาจะมีสัดส่วนไขมันที่ต่ำกว่าคนทั่วไป) การออกกำลังกาย 10… Read more »

วิธีแก้ไขอาการปวดเมื่อยหลังจากปั่นจักรยานออกกำลังกาย

วิธีแก้ไขอาการปวดเมื่อยหลังจากปั่นจักรยานออกกำลังกาย

สำหรับหลายๆท่านที่เพิ่งจะเริ่มปั่นจักรยาน เพื่อออกกำลังกาย คงจะต้องเจอกับปัญหาที่เวลาออกกำลังเสร็จแล้วรู้สึกปวดเมื่อยกล้ามเนื้อไปทั่วร่างกายอย่างแน่นอน วันนี้เราเลยได้นำวิธีในการแก้ไขอาการปวดเมื่อยมาฝากว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ? ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลังจากที่ขี่จักรยาน ออกกำลังกายเสร็จ มาจากที่เราไม่เกิดยืดหยุ่น หรือว่าวอร์มอัพกล้ามเนื้อก่อนที่จะออกกำลังกาย รวมถึงการที่ไปหักโหมปั่นจักรยานมากเกินไป และอาจจะเกิดจากการที่เราปั่นจักรยานไม่ถูกท่า ก็ทำให้เราเกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้เช่นกัน วิธีในการป้องกันและแก้ไข เบื้องต้นให้เราสังเกตจุดที่เรารู้สึกเจ็บ หรือว่าปวด หลังจากที่ขี่จักรยานเสร็จ แล้วลองทำการแก้ไขตามวิธีต่อไปนี้ 1.ปวดคอหลังจากการขี่จักรยาน ส่วนมากจะเกิดกับกลุ่มคนที่ขี่จักรยานเสือหมอบที่จำเป็นต้องก้มตัวในขณะปั่น และต้องอยู่ในท่านั้นนานๆ ซึ่งถ้าหากร่างกายไม่ได้รับการยืดหยุ่นก่อน หรือกล้ามเนื้อไม่แข็งแรงพออาจจะทำให้ปวดคอและลามไปถึงหลังได้ง่าย วิธีในการแก้ไข : ตรวจสอบระดับความสูงของอานจักรยาน ให้เหมาะสมกับลำตัวของเรา เพราะถ้าหากว่าอานไม่เหมาะสมกับลำตัวจะทำให้เกิดการก้มหรือเงยมากเกินไป 2.ปวดก้นหลังจากปั่นจักรยาน นักปั่นหน้าใหม่มักจะเจอกับปัญหานี้ อาการปวดก้นจากการที่ปุ่มกระดูกก้นกดและเสียดสีกับอาน… Read more »

แอโรบิค กับ แอนแอโรบิค การออกกำลังกายทั้ง 2 แบบนี้ต่างกันยังไง ?

แอโรบิค กับ แอนแอโรบิค การออกกำลังกายทั้ง 2 แบบนี้ต่างกันยังไง ?

หลายคนอาจจะเคยได้ยินการออกกำลังกายประเภท “แอโรบิค” กันมาอยู่แล้ว แต่ว่าบางคนอาจจะไม่เคยรู้จักกับการออกกำลังกายประเภท “แอนเอโรบิค” ถ้าเกิดว่าอยากรู้ว่าการออกกำลังกายทั้ง 2 ประเภทนี้มีความต่างกันอย่างไรบ้าง เรามาหาคำตอบไปพร้อมกันเลยนะครับ แอโรบิค : เป็นการออกกำลังกายที่ร่างกายจะต้องใช้ออกซิเจน การออกกำลังกายที่เรียกกันว่าแอโรบิค คุณจะต้องออกกำลังกายด้วยระดับความหนักที่กำลังดี นั่นหมายความว่าระบบหลอดเลือดหัวใจของคุณจะทำการส่งออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อ และคงระดับในการออกกำลังกายขณะนั้นต่อไปได้เรื่อยๆ สำหรับการออกกำลังกายแบบแอโรบิค จะออกกำลังกายโดยทำให้อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 60-80 % ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด แอนแอโรบิค : การออกกำลังกายโดยที่ร่างกายไม่ได้ใช้ออกซิเจน ระหว่างการออกกำลังกายในระดับปานกลางถึงหนัก เช่น การวิ่งในระยะ 100 เมตร การปั่นจักรยานหรือว่าการทำกิจกรรมใดๆ… Read more »