แอโรบิค กับ แอนแอโรบิค การออกกำลังกายทั้ง 2 แบบนี้ต่างกันยังไง ?

      Comments Off on แอโรบิค กับ แอนแอโรบิค การออกกำลังกายทั้ง 2 แบบนี้ต่างกันยังไง ?

แอโรบิค กับ แอนแอโรบิค การออกกำลังกายทั้ง 2 แบบนี้ต่างกันยังไง ?

หลายคนอาจจะเคยได้ยินการออกกำลังกายประเภท “แอโรบิค” กันมาอยู่แล้ว แต่ว่าบางคนอาจจะไม่เคยรู้จักกับการออกกำลังกายประเภท “แอนเอโรบิค” ถ้าเกิดว่าอยากรู้ว่าการออกกำลังกายทั้ง 2 ประเภทนี้มีความต่างกันอย่างไรบ้าง เรามาหาคำตอบไปพร้อมกันเลยนะครับ

แอโรบิค : เป็นการออกกำลังกายที่ร่างกายจะต้องใช้ออกซิเจน

การออกกำลังกายที่เรียกกันว่าแอโรบิค คุณจะต้องออกกำลังกายด้วยระดับความหนักที่กำลังดี นั่นหมายความว่าระบบหลอดเลือดหัวใจของคุณจะทำการส่งออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อ และคงระดับในการออกกำลังกายขณะนั้นต่อไปได้เรื่อยๆ สำหรับการออกกำลังกายแบบแอโรบิค จะออกกำลังกายโดยทำให้อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 60-80 % ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด

แอนแอโรบิค : การออกกำลังกายโดยที่ร่างกายไม่ได้ใช้ออกซิเจน

ระหว่างการออกกำลังกายในระดับปานกลางถึงหนัก เช่น การวิ่งในระยะ 100 เมตร การปั่นจักรยานหรือว่าการทำกิจกรรมใดๆ อย่างรวดเร็ว ร่างกายจะทำงานอย่างหนัก จนทำให้รรบบหลอดเลือดหัวใจส่งออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อได้ไม่รวดเร็วพอ ในขณะที่ออกกำลังกายด้วยความเร็วจะทำให้คุณสามารถหายใจไม่สะดวกหรืออาจจะไม่ได้หายใจเลย เพราะว่าระดับของงานมากเกินไป ทำให้คุณออกแรงจนถึงจุดที่ร่างกายไม่สามารถรับออกซิเจนได้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ เราเรียกการออกกำลังกายแบบนี้ว่า แอนแอโรบิค ซึ่งจะทำให้คุณหอบเหนื่อย จนไม่สามารถที่จะออกกำลังกายได้เป็นเวลานานนั่นเอง

วิธีในการคำนวณอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด

การออกกำลังกายแบบ : แอโรบิค

อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดอยู่ที่ 220-อายุ

วิธีในการคำนวณให้คุณคิด 2 ครั้งและรักษาอัตราการเต้นของหัวใจให้ได้อยู่ระหว่างสองค่านี้ 220-อายุ x 0.60 กับ 220-อายุ x 0.80

ประโยชน์ที่ได้รับจากการคำนวณ : จะสามารถพัฒนาสมรรถภาพของหลอดเลือดหัวใจได้และยังสร้างความทนทานรวมถึงการส่งออกซิเจนของหลอดเลือด .

การออกกำลังกายแบบ : แอนแอโรบิค

ให้คุณทำการออกกำลังหายให้อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 80-90%ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด วิธีในการคำนวณเหมือนกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิค เพียงแต่ว่าอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดจะอยู่ที่ 80-90%

ประโยชน์ที่ได้รับจากการคำนวณ : สามารถสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อและยังช่วยสร้างความทนทาน ช่วยให้คุณออกกำลังหนักๆ ได้นานยิ่งขึ้น และยังเผาผลาญแคลอรี่ได้มากยิ่งขึ้น

ดังนั้นให้คุณลองเลือกดูว่าจะฝึกอย่างไร แต่ที่สำคัญจะต้องไม่หักโหมมากเกินไป ค่อยๆ ทำไป และสำหรับผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนหรือว่าเพิ่งเริ่มต้นฝึก ควรทำแบบแอโรบิคก่อน เมื่อร่างกายเริ่มชินแล้วจึงค่อยเริ่มฝึกแบบแอนแอโรบิคเพื่อความปลอดภัย